วิธีใช้แว็กซ์เมลท์ (เทียนหอมละลาย) กับเตาอโรม่า ทีละขั้น

เราเทแว็กซ์หอมเองทุกชิ้น และคำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดไม่ใช่เรื่องกลิ่น แต่เป็นเรื่องง่ายๆ อย่าง ใส่กี่ชิ้น ใช้ได้นานแค่ไหน แล้วจะเอาแว็กซ์เก่าออกจากเตายังไง บทความนี้รวมสิ่งที่เราทำเองที่บ้าน ตั้งแต่เลือกเตาอโรม่า ไปจนถึงเปลี่ยนกลิ่นและทำความสะอาดถ้วย
แว็กซ์เมลท์ (wax melt) คืออะไร
แว็กซ์เมลท์ หรือที่หลายคนเรียกว่าเทียนหอมละลาย คือแว็กซ์หอมที่ไม่มีไส้เทียน ไม่ต้องจุดไฟที่ตัวแว็กซ์ เราวางไว้ในถ้วยของเตาอโรม่า ความร้อนจากด้านล่างทำให้แว็กซ์ค่อยๆ ละลาย แล้วกลิ่นก็ลอยออกมาในห้อง พอปิดเตา แว็กซ์จะแข็งตัวในถ้วย แล้วอุ่นซ้ำได้อีกหลายรอบ จนกว่ากลิ่นจะจางลง
แว็กซ์หอมของ Dalayla ทำจาก Natural Wax Blend ซึ่งเป็นไขธรรมชาติสูตรเฉพาะของเรา มีให้เลือกหลายแบบใน แว็กซ์หอมทั้งหมด:
- Wax Fancy แว็กซ์ 100 กรัมต่อแพ็ค เป็นชิ้นรูปทรงต่างๆ หยิบใช้ทีละ 1 ชิ้นหรือมากกว่านั้น ให้กลิ่นรวมประมาณ 60 ชั่วโมงขึ้นไป
- Wax Bar แท่ง 50 กรัม รูปทรงเหมือนช็อกโกแลตแท่ง หักใช้ทีละช่อง ให้กลิ่นรวมประมาณ 30 ชั่วโมงขึ้นไป
- Mix & Melt กลิ่นเดี่ยว 20 กลิ่น กล่องละ 10 ชิ้น ชิ้นละ 2 กรัม ไว้ผสมกลิ่นเองบนเตา
- Sample Pack 10 กลิ่น กลิ่นละ 30 กรัม สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าชอบกลิ่นไหน

ถ้ายังเลือกกลิ่นไม่ได้ ลองนึกถึงห้องที่จะวางเตาก่อน ห้องนั่งเล่นที่ทุกคนใช้ร่วมกัน มักเข้ากับกลิ่นนุ่มๆ อย่างวานิลลาหรือไม้หอม ครัวกับห้องน้ำ มักเข้ากับกลิ่นสดๆ อย่างเลมอนหรือเปปเปอร์มินต์ ส่วนห้องนอน คนส่วนใหญ่ชอบกลิ่นเบาๆ อย่างลาเวนเดอร์ แต่สุดท้ายจมูกของคุณตัดสินได้ดีที่สุด Sample Pack มีไว้สำหรับเรื่องนี้โดยเฉพาะ
เลือกเตาอโรม่า: เตาเทียนทีไลท์ หรือเตาอุ่นแว็กซ์ไฟฟ้า
แว็กซ์เมลท์ต้องใช้กับเตาอุ่นแว็กซ์ ซึ่งมีสองแบบหลักๆ คือแบบใช้เทียนทีไลท์ และแบบไฟฟ้า เราขายทั้งสองแบบ และใช้ทั้งสองแบบที่บ้าน ดูทั้งหมดได้ที่ เตาอุ่นแว็กซ์และเตาอโรม่า
เตาอโรม่าเซรามิก Classic Signature (ใช้เทียนทีไลท์)

Classic Signature คือเตาอโรม่าเซรามิกแบบสองชิ้นของเรา ฐานด้านล่างใส่เทียนทีไลท์ 1 ก้อน ถ้วยด้านบนจุ 150 มล. ซึ่งถือว่าใหญ่สำหรับเตาแบบเทียน ถ้วยยกออกจากฐานได้ จึงล้างและเปลี่ยนกลิ่นได้สะดวก
- ข้อดี: ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า วางได้ทุกที่ที่เป็นพื้นเรียบและทนความร้อน และเปลวเทียนเล็กๆ ให้แสงที่อุ่นตาในตอนเย็น
- สิ่งที่ต้องรู้: มีเปลวไฟจริง จึงต้องอยู่ในสายตาตลอดเวลาที่จุด เทียนหนึ่งก้อนอยู่ได้ประมาณ 3–4 ชั่วโมง แล้วต้องเปลี่ยนก้อนใหม่ ความร้อนปรับไม่ได้
- เทียนรีฟิล: ใช้เทียนทีไลท์ไร้กลิ่น จะได้กลิ่นแว็กซ์อย่างเดียว เรามี แพ็ค 10 ก้อน และ ชุดรีฟิล 50 ก้อน พร้อมถ้วยโลหะใช้ซ้ำ 4 ใบ
เตาอุ่นแว็กซ์ไฟฟ้า (Electric Wax Warmer)

เตาอุ่นแว็กซ์ไฟฟ้า ของเราไม่ใช้เทียน ความร้อนมาจากหลอดฮาโลเจน G9 ใต้ถ้วยเซรามิก แค่เสียบปลั๊ก หลอดไฟจะอุ่นถ้วยอย่างสม่ำเสมอตลอดเวลาที่เปิด
- ข้อดี: ไม่มีเปลวไฟ มีดิมเมอร์ปรับความร้อนได้ หมุนขึ้นเมื่ออยากได้กลิ่นชัดขึ้น หมุนลงเมื่ออยากได้กลิ่นเบาลง ไม่ต้องคอยเปลี่ยนเทียน
- สิ่งที่ต้องรู้: ต้องวางใกล้ปลั๊กไฟ ถ้วยจุ 80 มล. ใส่แว็กซ์ได้น้อยกว่าเตา Classic นิดหน่อย
- อะไหล่: หลอดไฟใช้งานได้นาน แต่ก็หมดอายุได้ มี หลอดไฟ G9 สำรองไว้สักหลอดก็สบายใจ นอกจากนี้ยังมี แผ่นซิลิโคนรองแว็กซ์ และ ถ้วยเซรามิกสำรอง ซึ่งออกแบบมาสำหรับเตาไฟฟ้ารุ่นนี้เท่านั้น ใช้กับเตา Classic ไม่ได้
สรุปสั้นๆ ถ้าชอบแสงเทียนและอยากวางเตาได้ทุกที่ เลือก Classic ถ้าอยากเปิดได้นานโดยไม่ต้องคอยเปลี่ยนเทียน หรือมีเด็กและสัตว์เลี้ยงเดินผ่านบ่อย เตาไฟฟ้าใช้ง่ายกว่า
วิธีใช้แว็กซ์เมลท์ทีละขั้น

- วางเตาให้ถูกที่ บนพื้นเรียบ มั่นคง และทนความร้อน ห่างจากผ้าม่าน กระดาษ พัดลมที่เป่าตรงๆ และมุมที่เด็กหรือสัตว์เลี้ยงเอื้อมถึง
- ใส่แว็กซ์ลงในถ้วย เริ่มจากน้อยก่อน ดูจำนวนชิ้นในหัวข้อถัดไป
- เปิดความร้อน เตา Classic จุดเทียนทีไลท์แล้ววางในช่องด้านล่าง เตาไฟฟ้าเสียบปลั๊กแล้วหมุนดิมเมอร์
- รอให้แว็กซ์ละลาย ปกติใช้เวลาประมาณ 15–30 นาที กลิ่นจะค่อยๆ ชัดขึ้นเมื่อแว็กซ์ละลายหมดถ้วย
- ปิดเตาเมื่อเลิกใช้ ดับเทียนหรือถอดปลั๊ก แล้วปล่อยให้แว็กซ์เย็นในถ้วย ครั้งหน้าก็แค่เปิดใหม่ แว็กซ์เดิมใช้ซ้ำได้จนกว่ากลิ่นจะจาง
ใส่แว็กซ์กี่ชิ้น และใช้ได้นานแค่ไหน
คำถามนี้ไม่มีตัวเลขเดียวที่ถูกสำหรับทุกห้อง เพราะขึ้นกับขนาดห้อง ลมจากแอร์ และจมูกของแต่ละคน ตัวเลขด้านล่างคือจุดเริ่มต้นที่เราใช้เอง:
- Wax Fancy (แพ็ค 100 กรัม): ใช้ 1 ชิ้นหรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับขนาดของชิ้น ทั้งแพ็คให้กลิ่นรวมประมาณ 60 ชั่วโมงขึ้นไป
- Wax Bar (แท่ง 50 กรัม): หัก 1 ช่องหรือมากกว่านั้น ทั้งแท่งให้กลิ่นรวมประมาณ 30 ชั่วโมงขึ้นไป
- Sample Pack (ก้อนละ 30 กรัม): ใช้ทีละ 1 ก้อน หนึ่งก้อนอยู่ได้ประมาณ 18 ชั่วโมง
- Mix & Melt (ชิ้นละ 2 กรัม): ใช้ 1 ชิ้นหรือมากกว่านั้น จะกลิ่นเดียวหรือหลายกลิ่นก็ได้ หนึ่งกล่องให้กลิ่นประมาณ 12 ชั่วโมงขึ้นไป
ไม่ต้องใส่จนเต็มถ้วย แว็กซ์มากขึ้นไม่ได้แปลว่ากลิ่นแรงขึ้นเสมอไป แต่ทำให้ละลายช้าลงและเสี่ยงล้นเวลาเคลื่อนย้าย เมื่อเปิดเตาแล้วแทบไม่ได้กลิ่น ทั้งที่แว็กซ์ยังละลายดี แปลว่ากลิ่นหมดแล้ว ถึงเวลาเปลี่ยนชุดใหม่
ผสมกลิ่นเองบนเตา
แว็กซ์ต่างกลิ่นละลายรวมกันในถ้วยเดียวได้ เป็นวิธีที่เราชอบที่สุดในการลองกลิ่นใหม่ Mix & Melt ทำมาเพื่อเรื่องนี้ เป็นกลิ่นเดี่ยว 20 กลิ่น ชิ้นเล็กๆ ผสมได้ตามใจ ลองลาเวนเดอร์กับวานิลลาตอนเย็น หรือเปปเปอร์มินต์กับเลมอนตอนทำงาน ดูสูตรผสมที่เราชอบได้ที่หน้า ไอเดียผสมกลิ่น Mix & Melt
เริ่มจากสองกลิ่นในสัดส่วนเท่ากัน แล้วค่อยปรับทีละชิ้น ถ้ากลิ่นหนึ่งกลบอีกกลิ่น ลดชิ้นนั้นลงในรอบหน้า
วิธีเปลี่ยนกลิ่นและทำความสะอาดเตาอโรม่า
เมื่อกลิ่นจางแล้ว หรือแค่อยากเปลี่ยนกลิ่น ให้เอาแว็กซ์เก่าออกก่อน วิธีที่เราใช้มีดังนี้:
- อุ่นนิดเดียวแล้วดันออก: เมื่อแว็กซ์แข็งตัวแล้ว เปิดเตาประมาณ 15–20 วินาที ให้ขอบแว็กซ์ที่ติดถ้วยละลายนิดหนึ่ง แล้วใช้กระดาษทิชชูดันแว็กซ์ออกมาทั้งก้อน เช็ดคราบที่เหลือ
- เข้าช่องฟรีซ: รอให้ถ้วยเย็นสนิทก่อน แล้วยกเฉพาะถ้วยเซรามิกเข้าช่องฟรีซประมาณ 10–30 นาที แว็กซ์จะหดตัวและหลุดออกง่าย อย่าเอาถ้วยที่ยังร้อนเข้าช่องฟรีซ และไม่แนะนำวิธีนี้กับถ้วยแก้ว
- สำลีหรือกระดาษซับ: ถ้าอยากเปลี่ยนกลิ่นตอนที่แว็กซ์ยังเหลว ปิดเตาก่อน แล้ววางสำลีก้อนหรือกระดาษทิชชูหนาๆ ลงไปซับแว็กซ์ แล้วทิ้ง
- แผ่นซิลิโคนรองแว็กซ์ (เตาไฟฟ้าเท่านั้น): ใช้ แผ่นซิลิโคนรองแว็กซ์ ตั้งแต่แรก รอให้แว็กซ์เย็น ยกแผ่นออก แล้วกดแว็กซ์ออกได้ทั้งชิ้น หรือมี ถ้วยเซรามิกสำรอง ไว้หนึ่งใบต่อกลิ่น แล้วสลับถ้วยแทนการล้าง
หลังเอาแว็กซ์ออก เช็ดถ้วยด้วยกระดาษทิชชู ถ้ายังมีคราบมัน ล้างด้วยน้ำอุ่นผสมน้ำยาล้างจาน แล้วเช็ดให้แห้งก่อนใช้ครั้งต่อไป อย่าเทแว็กซ์เหลวลงท่อ เพราะจะแข็งตัวในท่อ
ใช้เตาอโรม่าอย่างปลอดภัย
แว็กซ์ที่ละลายแล้วร้อน และเตาแบบเทียนมีเปลวไฟจริง นี่คือสิ่งที่เราทำทุกครั้ง:
- อย่าทิ้งเตาที่เปิดอยู่ไว้โดยไม่มีคนอยู่ และอย่าเปิดทิ้งไว้ตอนนอน ดับเทียนหรือถอดปลั๊กทุกครั้งที่ออกจากห้อง
- วางบนพื้นเรียบ มั่นคง ทนความร้อน ห่างจากของที่ติดไฟง่าย และให้พ้นมือเด็กกับสัตว์เลี้ยง
- อย่ายกหรือเคลื่อนย้ายเตาขณะแว็กซ์ยังเหลว รอให้แข็งตัวก่อน
- ใช้เทียนทีไลท์ขนาดมาตรฐานกับเตา Classic เท่านั้น ไม่ต้องหนุนเทียนให้สูงขึ้น และไม่ใช้เทียนสองก้อนพร้อมกัน
- อย่าเติมน้ำลงในแว็กซ์ร้อน และรอให้เตาเย็นก่อนทำความสะอาดหรือเปลี่ยนหลอดไฟ
- ถ้ากลิ่นไหนทำให้รู้สึกไม่สบาย ปิดเตาแล้วเปิดหน้าต่างระบายอากาศ
ถ้ามีแมวหรือหมาที่บ้าน เราเขียนเรื่องนี้ไว้ละเอียดใน ใช้แว็กซ์หอมในบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง
เก็บแว็กซ์เมลท์ยังไงให้กลิ่นอยู่นาน
- เก็บในที่เย็นและแห้ง ห่างจากแดดและจุดที่ร้อน เช่น ในรถหรือริมหน้าต่าง อากาศเมืองไทยร้อนพอจะทำให้แว็กซ์นิ่มและเสียรูปได้
- ปิดให้สนิท เก็บในบรรจุภัณฑ์เดิม หรือกล่องและถุงซิปที่ปิดสนิท กลิ่นจะไม่ระเหยออกไปก่อนได้ใช้
- แยกกลิ่นให้เป็นระเบียบ ถ้ามีหลายกลิ่น เขียนชื่อกลิ่นติดไว้ จะได้หยิบถูกโดยไม่ต้องดมทุกถุง
ปัญหาที่เจอบ่อยและวิธีแก้
- แว็กซ์ไม่ละลาย (เตา Classic): ดูว่าเทียนยังไม่หมด และเป็นเทียนทีไลท์ขนาดมาตรฐาน ถ้าใส่แว็กซ์มากเกินไป ให้ลดจำนวนชิ้นลง อย่าหนุนเทียนให้ใกล้ถ้วยด้วยวัสดุใดๆ
- แว็กซ์ไม่ละลาย (เตาไฟฟ้า): หมุนดิมเมอร์ขึ้น ถ้าหลอดไม่ติด ถอดปลั๊ก รอให้เย็น แล้วเปลี่ยน หลอดไฟ G9
- กลิ่นเบาเกินไป: ห้องใหญ่หรือแอร์เป่าแรงจะพากลิ่นไปเร็ว ลองย้ายเตาไปห้องที่เล็กลง เพิ่มแว็กซ์อีกชิ้น หรือหมุนดิมเมอร์ขึ้น ถ้าแว็กซ์ใช้มานานแล้ว อาจเป็นเพราะกลิ่นหมด
- กลิ่นแรงเกินไป: ลดจำนวนชิ้น หมุนดิมเมอร์ลง หรือย้ายเตาไปห้องที่ใหญ่ขึ้น
- มีคราบติดถ้วย: เช็ดด้วยกระดาษทิชชูตอนแว็กซ์ยังอุ่น แล้วล้างด้วยน้ำอุ่นผสมน้ำยาล้างจาน ถ้าใช้เตาไฟฟ้า แผ่นซิลิโคนรองแว็กซ์ช่วยได้มาก
เท่านี้ก็พร้อมแล้ว เลือกกลิ่นจาก Wax Fancy, Wax Bar หรือ Mix & Melt แล้วเริ่มจากชิ้นเล็กๆ ก่อน ถ้ามีคำถามที่บทความนี้ยังไม่ได้ตอบ ทักมาหาเราได้เลย